สหรัฐ-จีนสงบศึกพิพาทการค้า จับมือยุติตั้งกำแพงภาษี

คณะผู้แทนเจรจาระดับสูงด้านนโยบายการค้าของสหรัฐและจีนตกลงยุติการตั้งกำแพงภาษีซึ่งกันและกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดสงครามการค้า สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ว่าคณะผู้แทนเจรจาการค้าของสหรัฐและจีนออกแถลงการณ์ร่วมกัน มีสาระสำคัญว่าทั้งสองประเทศบรรลุฉันทามติร่วมกัน ในการ “ไม่ต่อสู้กันในสงครามการค้า” และ “การยุติตั้งกำแพงการค้าซึ่งกันและกัน” 

ตลอดจนการที่จีนจะเพิ่มมูลค่าการนำเข้าสินค้าเกษตรและเพิ่มการสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานของสหรัฐ แต่ยังไม่มีการระบุมูลค่าอย่างชัดเจน และไม่มีการกล่าวถึงสถานการณ์ของบริษัทซีทีอี หนึ่งในผู้ให้การด้านโทรคมนาคมรายใหญ่ของจีน ซึ่งระงับสายงานการผลิตในอเมริกา หลังโดนรัฐบาลวอชิงตันคว่ำบาตร ฐานสนับสนุนวัตถุดิบบางอย่างให้กับอิหร่านและเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการปฏิรูปนโยบายการค้าของสหรัฐต่อจีน ตามแนวทางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คือการที่จีนต้องลดช่องว่างการได้รัยบดุลการค้าต่ออเมริกาอย่างน้อย 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 6.4 ล้านล้านบาท ) ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่ผู้สันทัดกรณีมองว่า “มีความเป็นไปได้น้อยมาก” ที่รัฐบาลปักกิ่งจะยินยอม อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าเขากำลังหาทางช่วยเหลือซีทีอีให้กลับมาดำเนินกิจการในสหรัฐได้โดยเร็วที่สุด
 
ขณะที่นายหลิว เฮ่อ รองนายกรัฐมนตรีจีนและที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาการค้าของจีน ซึ่งเข้าพบทรัมป์ที่ทำเนียบขาว เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย กล่าวว่าข้อตกลงร่วมกับสหรัฐครั้งนี้แม้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นแต่ถือว่า “จำเป็นอย่างยิ่ง” แต่กล่าวเป็นนัยด้วยว่า “การละลายพฤติกรรม” ของทั้งสองฝ่ายไม่อาจบรรลุผลได้ภายในวันเดียว เนื่องจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขกันถึงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อนำไปสู่ “การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม” ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews